บทที่ 11 องค์ชายรอง

บทที่ 11 องค์ชายรอง

เป้ยอี้เดินออกมาจากเรือน วันนี้นางตั้งใจทำตัวชักช้าลีลาเป็นพิเศษเพราะรู้ดีว่าถึงตัวนางจะมาช้ามากแค่ไหน

คนอย่างหยางหยุนหลี่ก็ต้องรอนางเช่นเดิม เขาจะไม่ทำสีหน้ายุ่งยาก รำคาญหรือแม้แต่อารมณ์เสียใส่นางเด็ดขาด

หญิงงามในชุดสีเขียวสดใส ชุดคลุมตัวนอกเป็นสีขาวประกายระยับด้วยดิ้นเงินที่ปักลงไปเป็นลวดลายดอกเหมยกุ้ย    สีเงิน ดวงหน้างดงามเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน เส้นผมที่ถูกเกล้าขึ้นอย่างดีปักปิ่นผีเสื้อดูราวกับมันมีชีวิต ท่วงท่าการเดินช่างดูสง่างามสมกับเป็นคุณหนูในห้องหอที่ถูกอบรมมาอย่างเพียบพร้อม

หยุนหลี่มองสตรีที่เขากำลังหมดความอดทนที่จะรอด้วยสีหน้านิ่งค้าง เขามองเห็นนางมาหลายครั้ง ใบหน้าของนางเขาจดจำได้ดีเพราะรำคาญสายตา แต่มาวันนี้เหมือนนางจะงดงามขึ้นอีกเท่าตัว ดูน่ารักสดใส และอ่อนหวานอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงตาของนางสดใสราวกับว่าโลกใบนี้ไร้เรื่องเศร้าหมอง นางดูแปลกไปจากเดิม

เป้ยอี้ยิ้มน้อย ๆ เหยื่อของนางกำลังแสดงสีหน้าโง่งม

ออกมาราวกับลืมไปด้วยซ้ำว่าเขาเคยทำท่าทีรังเกียจนางมากขนาดไหน เขาเคยขับไล่นางด้วยน้ำเสียงอย่างไร สุดท้ายคือการด่าทอข่มขู่เพื่อให้นางเลิกยุ่งและยกเลิกการแต่งงาน

“ถวายพระพรองค์ชายรองเพคะ”

เป้ยอี้ย่อกายลงอย่างงดงาม นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับหยุนหลี่ด้วยสายตาหวานเยิ้ม รอยยิ้มสดใสยังแย้มยิ้มให้เขาอีกครั้ง

ร่างสูงของหยุนหลี่ก้าวเข้ามาประชิดตัว เขายื่นมือมาโอบประคองร่างเล็กของเป้ยอี้ด้วยความเบามือ พยุงนางลุกขึ้น สายตาที่มองมาเหมือนตกอยู่ในภวังค์ จับจ้องดวงหน้างดงามราวต้องมนต์สะกด

“องค์ชายรองทรงมองเช่นนี้ใบหน้าหม่อมฉันมีสิ่งใดติดอยู่หรือ”

สิ้นคำถามของเป้ยอี้ หยุนหลี่เหมือนรู้สึกตัว เขาผละออกจากร่างเล็กที่มองเขาด้วยสายตาสงสัย ยิ่งนางแสดงความน่ารักใสซื่อ หยุนหลี่เหมือนถูกของบางอย่างกระแทกเข้าที่ดวงหน้า

ให้มึนงงสับสน

ใบหน้าหล่อเหลาสลัดหน้าไปมาเล็กน้อยเพื่อขับไล่ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นโดยที่เขาเองยังไม่รู้ตัว

“ข้าเพียงมาเพื่อชวนเจ้าออกไปเดินเล่น”

เป้ยอี้เลิกคิ้ว มาชวนนางไปเดินเล่นเวลายามบ่ายเช่นนี้กลับคิดจะมาพาสตรีในห้องหอไปเที่ยวเล่น ความคิดอ่าน

คงได้มาจากมารดาเสียมากกว่าใช้สมองคิดเอาเอง

“หม่อมฉันคิดว่าเวลานี้คงไม่เหมาะสม”

ทันทีที่เป้ยอี้พูด หยุนหลี่ก็แสดงสีหน้าที่เขาถนัดที่สุดออกมา ไม่พอใจ ใช่แล้วเขามักทำเช่นนี้เมื่อถูกใครก็ตามขัดใจ เขาไม่พอใจเสมอโดยเฉพาะเป้ยอี้ แม้ว่านางจะทำตามหรือไม่ใบหน้าเช่นนี้คือสิ่งที่นางจะได้เห็นบ่อยครั้งมากที่สุด

หยุนหลี่อยากจะเดินจากไปด้วยซ้ำติดที่ว่าเขาไม่อาจทำเช่นนั้นได้ ได้แต่พยายามอดทน

“เจ้าไม่อยากไปเดินเล่นกับข้า ทั้งที่ผ่านมาเจ้ามักจะชวนข้าเสมอ วันนี้ข้ามาหาเจ้าถึงเรือนเอ่ยชวนเจ้าอย่างที่เจ้าหวัง

มาตลอดเหตุใดเจ้าจึงไม่ไป”

“องค์ชายรองการที่สตรีจะไปไหนมาไหนกับบุรุษ

หม่อมฉันเกรงว่ามันคงไม่ดีนัก วันนี้ที่พระองค์มาหาถึงเรือนก็มากแล้ว เชื่อว่าพรุ่งนี้คงมีข่าวออกมาแน่ ยิ่งหม่อมฉันออกไปด้วยยิ่งจะสร้างข่าวขึ้นมา ทั้งยังดูไม่เหมาะสม”

“ไม่เหมาะสมตรงไหน เจ้ากับข้าเป็นคู่หมั้นกันอีกไม่นานจะแต่งงาน เจ้าคือว่าที่พระชายาเอก ไปไหนกับข้าใยจึงเสียหาย”

เป้ยอี้แสดงสีหน้าตกใจ นางยกมื้อขึ้นปิดปากเอียงหน้าหนีไปอีกทางอย่างแตกตื่น ดวงตาของนางมีร่องรอยหยาดน้ำตาพาดผ่าน เหมือนกับว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาทำให้ตัวนางสะเทือนใจ

หยุนหลี่ยิ่งมึนงงมากกว่าเดินอีกหลายเท่า ที่นางแสดงท่าทีเช่นนี้ต่อเขาในวันนี้

เป้ยอี้สูดหายใจเข้าลึก ๆ นางยอมหันกลับไปมองบุรุษ

ที่ยืนตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยเสียงสั่นเครือ

“องค์ชายรองท่านคงลืมไปแล้วว่าท่านให้ข้าถอนหมั้น

ทั้งยังยกเลิกงานแต่งงานที่จะเกิดขึ้น ตอนนี้เราเป็นเพียงอดีต

คู่หมายของกันและกันเท่านั้น”

หยุนหลี่ที่กำลังไม่พอใจถึงกับตกตะลึง เขาแสดงความอับอายออกมาชัดเจนทางสีหน้า ทั้งยังไม่คิดว่าสตรีตรงหน้า

จะพูดออกมาตอนนี้ ใช่เขากับนางเวลานี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้ว เป็นเพียงอดีตคู่หมายของกันและกัน ไร้ความหมายที่จะออกไปเที่ยวเล่นเช่นคู่รักอื่น ๆ

เป้ยอี้มองท่าทีที่หยุนหลี่แสดงออก เขากำลังทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าจะจัดการเรื่องต่อไปอย่างไร

“ยกเลิกแล้วหมั้นใหม่ยังได้ไม่เห็นเสียหาย”

เป้ยอี้แทบอยากจะหัวเราะ เขาพยายามทุกทางให้นางพ้นไปจากชีวิต ตอนนี้กลับจะมาอยากได้นางคืน เขาฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า ไหนจะใบหน้าที่เชิดขึ้นจนคอแทบหัก ทำอย่างกับว่าสิ่งที่พูดออกมาคือเรื่องทั่วไปไม่ได้ผิดแปลกตรงไหน ถอนหมั้นแล้วหมั้นใหม่ งานแต่งที่ยกเลิกไปกลางคันก็จัดขึ้นได้เช่นนี้หรือ

ตลกมากเกินไปแล้ว

“หม่อมฉันคิดว่าคงทำเช่นนั้นไม่ได้ ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วเพคะ”

หยุนหลี่ไม่เคยรู้สึกหัวเสียมากขนาดนี้มาก่อน เขามาที่นี่เพราะมารดาและคนรักเสนอให้มาเพราะนางจำเป็นต่อเขา

ต่ออนาคตของเขา ทำให้เขาเลือกที่จะมาง้อสตรีที่เขารังเกียจ

ไม่คิดว่าตอนนี้เขาจะถูกปฏิเสธเช่นนี้

“ข้าจะให้ท่านแม่ส่งของหมั้นหมายมาใหม่และกำหนดวันแต่งงานให้เร็วที่สุดหวังว่าเจ้าจะพอใจ”

เป้ยอี้มองหยุนหลี่ด้วยสายตาราบเรียบ ความสดใสน่ารักหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน ดวงตาของนางมีแต่กระแสความเย็นชาเท่านั้นที่แสดงออกมาให้ได้สัมผัสในความรู้สึกของผู้ที่จับจ้องอยู่

“หม่อมฉันไม่คิดกลับไปแต่งงานกับบุรุษที่ไม่ได้รัก

ถึงพระองค์จะส่งอะไรมามันก็ไร้ประโยชน์ ในเมื่อหม่อมฉันไม่คิดจะรับเอาไว้”

“เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือ ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาเป็นเจ้าที่ตามข้ามาตลอด ครั้งนี้ข้าก็คิดจะรับเจ้าเป็นพระชายาเอกแล้วแท้ ๆ ใยถึงเล่นตัวอีก”

เป้ยอี้ยิ้มมุมปาก นางมองเลยผ่านตัวเขาไปที่สวนดอกไม้หน้าเรือน ห่างออกไปคือเหล่าคนติดตามของเขาที่มองอยู่ห่าง ๆ เบื้องหลังของนางคือบ่าวรับใช้ของนางเอง

“องค์ชายรองครั้งหนึ่งหม่อมเคยรักและชื่มชมพระองค์ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว หม่อมฉันไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นตั้งแต่วันที่พระองค์ทรงต่อว่าเรื่องที่หม่อมฉันทำร้ายซูจิน  ทรงจำได้หรือไม่”

เป้ยอี้เอ่ยเสียงเย็น ย้อนกลับไปในวันนั้นที่นางและเขาออกไปเที่ยวเล่นที่นอกเมืองชมธรรมชาติที่งดงามสุดลูกหูลูกตา เป้ยอี้คือคนที่ร้องขอให้เขาพาไป เอ่ยบังคับเอาบิดานางมาข่มขู่ สุดท้ายเขาจึงตามใจพานางไปที่นั่น แต่เขาก็พาซูจินไปด้วยเช่นเดียวกัน

วันนั้นเป้ยอี้ทั้งรู้สึกเสียหน้าและอยากจะโวยวาย สุดท้ายทำอะไรไม่ได้ทำได้เพียงอดทนจนเกิดเรื่องขึ้นเขาต่อว่านาง

อย่างรุนแรงมากมาย เข้าไปโอบประคองซูจินที่แสร้งจะเป็นจะตายที่พื้นเพียงเพราะล้ม

ในสายตาเขานางผิดเสมอ คนที่ถูกคือซูจินที่อ่อนแอน่าปกป้อง ส่วนนางคือนางมารร้ายที่ขัดขวางความรักพวกเขาสองคน

“เจ้าทำอะไรนาง”

“ข้าหรือ …ข้ายืนนิ่ง ๆ นางก็ล้ม แต่ท่านเอ่ยถามว่าข้าทำอะไรนาง ข้าก็ตอบได้เพียงว่าข้ายืนเฉย ๆ เท่านั้น”

“ข้าไม่เชื่อ เจ้าแกล้งนางจนล้มใช่หรือไม่”

“แล้วทำไมข้าต้องทำเช่นนั้น”

“เพราะเจ้ามันร้ายกาจ อิจฉาซูจิน สตรีเช่นเจ้าข้าไม่มีทางแต่งด้วย อย่าหวังว่าเจ้าจะได้แต่งงานกับข้าเป้ยอี้ ข้าไม่คิดให้เจ้ามาเป็นพระชายาเอกข้าด้วยซ้ำ ข้าจะทำทุกทางเพื่อยกเลิกงานแต่ง”

“หืม เช่นนั้นหรือ แต่ข้าว่าหากข้าร้าย …มันจะไม่จบลงแค่นางล้ม และท่านต้องแต่งกับข้า ส่วนนางเป็นได้เพียงอนุเท่านั้นไม่มีทางแทนที่ข้าได้”

ความทรงจำในวันนั้นย้อนกลับเข้ามาในหัว มันคือฉากหนึ่งที่น่าจดจำ น้องสาวตัวดีก่อนตายก็ร้ายพอตัว เพียงแต่ร้ายแบบเด็กน้อยที่ไม่คิดให้รอบคอบเท่านั้น

“ก็เจ้าทำร้ายซูจิน”

“นางล้มเองแต่กลับกล่าวหาว่าหม่อมฉันทำ องค์ชายรองเช่นนั้นท่านกลับไปเถอะ ข้าไม่มีอะไรจะพูดกับท่านแล้ว

ข้าในสายตาท่านคือสตรีร้ายกาจที่ขัดขวางความรักแท้จริง

ของท่านกับซูจิน ท่านไม่เห็นเหตุการณ์แต่กลับสรุปว่าข้าผิด

ทูลลาเพคะ”

เป้ยอี้เดินกลับเข้าเรือนด้วยใบหน้าเศร้าเสียใจ

นางไร้ความสนใจบุรุษที่ยืนทำตัวไม่ถูกด้านนอก เมื่อเข้ามา

ด้านในเรือนความเศร้าเสียใจที่แสดงออกหายไป นางได้ทำการแสดงที่ดีที่สุดแล้วให้คนของเสียนเฟยได้เห็น รับรองว่าหยุนหลี่

ได้ถูกมารดาตัวเองด่าทอแน่

ชักสนุกขึ้นเรื่อย ๆ แล้วจริง ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป